เกี่ยวกับเรา

กฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบ

กฎบัตร คณะกรรมการตรวจสอบ พ.ศ. 2569 (ฉบับปรับปรุงจาก พ.ศ. 2568)

หมวดที่ 1 : บททั่วไป

กฎบัตรนี้จัดทำขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการตรวจสอบ ตรวจทาน ความถูกต้องของการดำเนินงานใน ประเด็นต่าง ๆ ที่อาจถูกมองข้าม อีกทั้งยังเป็นการช่วยให้กิจการมีระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) ได้ตามมาตรฐานและเป็นไปในแนวทางที่ถูกต้อง บรรลุตามวัตถุประสงค์ตามที่ได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมการบริษัท โดยสอดคล้องกับพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2562 ระเบียบและประกาศของคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ คณะกรรมการกำกับตลาดทุน และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ แนวทางการปฏิบัติที่ดีของคณะกรรมการตรวจสอบ (Best Practice Guideline for Audit Committee) รวมทั้งมาตรฐาน การตรวจสอบภายในสากล (Global Internal Audit Standards) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและแสดงความโปร่งใสในการ ดำเนินธุรกิจของบริษัทแก่คณะกรรมการ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น พนักงาน หน่วยงานราชการ และผู้ที่มีส่วนได้เสีย ซึ่งจะ ส่งผลให้บริษัทฯ เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ข้อ 1. กฎบัตรนี้เรียกว่า “กฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบ พ.ศ. 2569" (ฉบับปรับปรุงจาก พ.ศ. 2568)

ข้อ 2. กฎบัตรนี้ จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ มีความเข้าใจเกี่ยวกับ ขอบเขต บทบาทอำนาจ หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ / กรรมการอิสระ ของบริษัท ไทย เอ็น ดี ที จำกัด (มหาชน) (ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า “บริษัทฯ”)

ข้อ 3. กฎบัตรนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป โดยการอนุมัติของคณะกรรมการบริษัทใน การประชุมครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569

ข้อ 4. ยกเลิก “กฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบ พ.ศ. 2568"

หมวดที่ 2 : องค์ประกอบของคณะกรรมการตรวจสอบ

ข้อ 2.1 คณะกรรมการตรวจสอบ มีองค์ประกอบดังนี้

2.1.1 คณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วยกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหารและเป็นกรรมการอิสระ มีจำนวน ไม่น้อยกว่า 3 คน เพื่อความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ และแสดงความคิดเห็นได้อย่างเพียงพอ และ ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด

2.1.2 มีกรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 1 คน ควรเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ ด้านการบัญชีและการเงิน

2.1.3 คณะกรรมการตรวจสอบ มีคุณสมบัติตามที่กฎหมาย พรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมถึง ประกาศ ข้อบังคับ ระเบียบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกำหนด

2.1.4 กรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน ควรมีความรู้และประสบการณ์ที่หลากหลาย ทั้งด้านการบริหารจัดการ ธุรกิจ การพัฒนาบุคลากร การวางแผนกลยุทธ์ กฎหมาย หรือการบริหารความเสี่ยง เป็นต้น

ข้อ 2.2 การแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ

2.2.1 คณะกรรมการตรวจสอบจะต้องเป็นกรรมการของบริษัทฯ ซึ่งพิจารณาแต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริษัท โดยมีคุณสมบัติตามที่กฎหมาย พรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงประกาศ ข้อบังคับ ระเบียบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกำหนด ทั้งนี้ จะต้องมี ความโปร่งใสและชัดเจน และจัดส่งเอกสารเพื่อรายงานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามที่กำหนด

2.2.2 หากเสนอชื่อบุคคลให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการ จะต้องระบุรายละเอียดเพื่อให้ ผู้ถือหุ้นได้พิจารณาอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอ เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจของ คณะกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้น

2.2.3 ผู้ถือหุ้นรายหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับ 1 หุ้นต่อ 1 เสียง

2.2.4 ผู้ถือหุ้นแต่ละรายจะใช้คะแนนเสียงที่มีอยู่ทั้งหมดตาม (3.1.3) เลือกตั้งบุคคลคนเดียวหรือหลายคน เป็นกรรมการก็ได้ กรณีเลือกบุคคลหลายคนเป็นกรรมการจะแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ใดมากน้อย เพียงใดไม่ได้

2.2.5 บุคคลที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดตามลำดับลงมาเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการเท่าจำนวน กรรมการที่จะพึงมี หรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้น ในกรณีที่บุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งในลำดับถัดลงมา มีคะแนนเสียงเท่ากันเกินจำนวนกรรมการที่จะพึงมีหรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้น ให้ประธานที่ประชุม เป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด

2.2.6 คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้คัดเลือกกรรมการตรวจสอบ 1 คน เพื่อดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ตรวจสอบ

หมวดที่ 3 : การแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ

ข้อ 3.1 วาระการดำรงตำแหน่ง

3.1.1 กรรมการตรวจสอบ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี นับจากวันที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คณะกรรมการบริษัท

ข้อ 3.2 การพ้นจากตำแหน่ง

3.2.1 กรรมการตรวจสอบอาจพ้นจากตำแหน่งนอกเหนือจากการพ้นตำแหน่งตามวาระเมื่อ

(1) ตาย

(2) ลาออก

(3) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามระเบียบหรือประกาศที่ออกตามความของ กฎหมายหรือตามข้อบังคับบริษัท

(4) ที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติให้กรรมการคนใดออกจากตำแหน่งก่อนถึงคราวออกตามวาระ ให้ถือคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง และมี หุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่ถือโดยผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิ ออกเสียงลงคะแนน

(5) ศาลมีคำสั่งให้ออก

3.2.2 กรรมการตรวจสอบที่ประสงค์จะลาออกก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่ง ควรแจ้งคณะกรรมการบริษัท รับทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน พร้อมเหตุผล และให้ยื่นใบลาออกต่อบริษัทฯ โดยการลาออกนั้น จะมีผลนับแต่วันที่ใบลาออกไปถึงบริษัทฯ

3.2.3 กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการคัดเลือกกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งอีกวาระหนึ่งได้

3.2.4 หากจำนวนกรรมการตรวจสอบน้อยกว่า 3 คน ควรเร่งดำเนินการแต่งตั้งกรรมการรายใหม่ทันทีหรืออย่างช้าภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่กรรมการไม่ครบถ้วน เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการดำเนินงาน ของคณะกรรมการตรวจสอบและสอดคล้องกับเกณฑ์การดำรงสถานะของบริษัทจดทะเบียนตามที่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด

3.2.5 ถ้าตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้คณะกรรมการเลือกบุคคล ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด และกฎหมาย ว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เข้าเป็นกรรมการในการประชุมคณะกรรมการคราวถัดไป เว้นแต่วาระของกรรมการผู้ออกไปนั้นจะเหลือน้อยกว่าสองเดือน บุคคลซึ่งเข้าเป็นกรรมการแทน ดังกล่าวจะอยู่ในตำแหน่งกรรมการได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของกรรมการที่ตนแทน

3.2.6 ในระหว่างสรรหาและพิจารณาคัดเลือกบุคคลเป็นกรรมการแทนกรรมการที่ให้คณะกรรมการบริษัท ทำหน้าที่แทนคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

3.2.7 ถ้าตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ หรือเหตุอื่นที่ทำให้กรรมการ ตรวจสอบไม่สามารถอยู่ได้จนครบวาระให้คณะกรรมการบริษัทหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นแต่งตั้งบุคคลที่มี ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด หลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์เป็นกรรมการตรวจสอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของ และกฎหมายว่าด้วย จำนวนคณะกรรมการบริษัทที่เหลืออยู่ เข้าเป็นกรรมการแทนในการประชุมคณะกรรมการคราวถัดไป บุคคลซึ่งเข้าเป็นกรรมการแทนดังกล่าวจะอยู่ในตำแหน่งกรรมการได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของ กรรมการที่ตนแทน เพื่อให้มีจำนวนกรรมการตรวจสอบครบถ้วนในทันทีหรืออย่างช้า ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่จำนวนไม่ครบ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการตรวจสอบอยู่ ตลอดเวลา

3.2.8 กรณีที่วาระของกรรมการผู้ลาออกเหลือน้อยกว่า 2 เดือน ให้นำเข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้น

หมวดที่ 4 : คุณสมบัติและความเป็นอิสระของคณะกรรมการตรวจสอบ

ข้อ 4.1. คุณสมบัติทั่วไปของคณะกรรมการตรวจสอบ / กรรมการอิสระ

4.1.1 คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทฯ จะต้องเป็นกรรมการบริษัท ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจาก คณะกรรมการบริษัท และมีคุณสมบัติตามที่กฎหมาย พรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมถึง ประกาศ ข้อบังคับ ระเบียบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

4.1.2 คณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร มีความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ และแสดงความคิดเห็นได้อย่างเพียงพอ

4.1.3 ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท ให้ตัดสินใจในการดำเนินกิจการของบริษัท ฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุม ของบริษัทฯ

4.1.4 ไม่เป็นกรรมการของบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน เฉพาะที่เป็นบริษัท จดทะเบียน

4.1.5 มีความรู้และประสบการณ์เพียงพอที่จะสามารถทำหน้าที่ในฐานะกรรมการตรวจสอบตามภารกิจที่ ได้รับมอบหมายโดยกรรมการตรวจสอบต้องสามารถอุทิศเวลาอย่างเพียงพอในการดำเนินงานของ คณะกรรมการตรวจสอบ

4.1.6 กรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 1 คน ควรเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ด้านการ บัญชีหรือการเงินอย่างเพียงพอที่จะสามารถทำหน้าที่ในการสอบทานความเชื่อถือได้ของงบการเงิน และควรได้รับการพัฒนาด้านการบัญชีหรือการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินผลกระทบต่อความ เชื่อถือได้ของงบการเงินซึ่งจะมีผลให้การดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบมีประสิทธิภาพมาก ขน

4.1.7 คณะกรรมการตรวจสอบสามารถดำรงตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียนอื่น ไม่เกิน 3 บริษัทจดทะเบียน รวมถึงบริษัทย่อยที่ไม่ได้เป็นบริษัทจดทะเบียนของบริษัทจดทะเบียนนั้น ไม่เกิน 5 บริษัท ยกเว้นใน กรณีได้รับมอบหมายจากบริษัทฯ ให้ไปดำรงตำแหน่ง เพื่อการปฏิบัติหน้าด้วยความเต็มที่

4.1.8 คณะกรรมการตรวจสอบสามารถปฏิบัติหน้าที่และแสดงความเห็นหรือรายงานผลการปฏิบัติงานตาม หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทได้โดยอิสระ โดยไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของ ผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องหรือญาติสนิทของบุคคลดังกล่าว

ข้อ 4.2 คุณสมบัติเฉพาะของคณะกรรมการตรวจสอบ/กรรมการอิสระ

กรรมการอิสระ หมายถึง กรรมการที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดังนี้

4.2.1 ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วมหรือ นิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง โดยให้นับรวมหุ้นที่ถือโดยผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการ อิสระรายนั้นๆ ด้วย (นับรวมบุคคลที่เกี่ยวข้องตามมาตรา 258 ตามพรบ.หลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์)

4.2.2 ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมในการบริหารงาน พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษาที่ได้รับเงินเดือน ประจำ หรือเป็นผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับ เดียวกัน ผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง เว้นแต่จะได้พ้นจากการมี ลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ

4.2.3 ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตหรือโดยการจดทะเบียนในลักษณะที่เป็นบิดามารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตรกับผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้บริหาร ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็น ผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย

4.2.4 ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการบริษัท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ

4.2.5 ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวาง การใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย หรือผู้มีอำนาจควบคุม ของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ

4.2.6 ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มี อำนาจควบคุมของบริษัทฯ และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของสำนักงาน ตรวจสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่สังกัด อยู่ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ก่อนได้รับการแต่งตั้ง เป็นกรรมการ

4.2.7 ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อปี จากบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจ ควบคุม หรือหุ้นส่วนของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าว มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ

4.2.8 ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัท หรือบริษัท ย่อย หรือไม่เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่รับเงินเดือนประจำ หรือถือหุ้นเกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด ของบริษัทอื่น ซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการ ของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย

4.2.9 ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างอิสระเกี่ยวกับการดำเนินการงานของบริษัทฯ

หมายเหตุ : ทั้งนี้ นิยามกรรมการอิสระของบริษัท ไทย เอ็น ดี ที จำกัด (มหาชน) ได้กำหนดคุณสมบัติ เรื่องการถือหุ้นของกรรมการอิสระตามข้อ (1.) / (8.) ไว้เข้มกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำของสำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในเรื่องการถือหุ้นในบริษัท ซึ่งกำหนดการถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 1

หมวดที่ 5 : ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบ

ข้อ 5.1 ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ

หน้าที่และความรับผิดชอบถูกกำหนดโดยคณะกรรมการบริษัทอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรและต้อง เปิดเผยให้ผู้ถือหุ้นทราบโดยคณะกรรมการตรวจสอบ มีหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังนี้

5.1.1 การกำกับและติดตามการปฏิบัติ

5.1.1.1 สอบทานให้บริษัทฯ มีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเปิดเผยอย่างเพียงพอโดยประชุมร่วมกับผู้สอบบัญชีและผู้จัดการฝ่ายการเงินและบัญชี

5.1.1.2 สอบทานให้บริษัทฯ มีระบบการควบคุมภายใน (Internal Control) และการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล และพิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน รวมถึง พิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย ถอดถอน เลิกจ้าง การจ่ายผลตอบแทน และประเมินผลการปฏิบัติงานหัวหน้าหน่วยงาน ตรวจสอบภายใน หรือหน่วยงานอื่นใดที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน ตลอดจนกำหนดแนวทางการ ปฏิบัติงานและกำหนดแผนการตรวจสอบภายในของหน่วยงานตรวจสอบภายใน

5.1.1.3 สอบทานให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และกำกับดูแลหน่วยงาน กำกับดูแลการปฏิบัติงานของบริษัทฯ (Compliance)

5.1.1.4 พิจารณาการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทฯ ในกรณีที่เกิดรายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการที่อาจมี ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ และ/หรือ หน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง อย่างถูกต้องและครบถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่ารายการดังกล่าว สมเหตุสมผล รวมถึงเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท ฯ และเป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

5.1.1.5 สอบทานและประเมินการบริหารความเสี่ยงการดำเนินงานของบริษัทฯ ในทุกปัจจัยทั้งภายใน และภายนอกอย่างเพียงพอ เพื่อให้ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ รวมถึงป้องกันมิให้เกิดการทุจริต คอร์รัปชั่น

5.1.1.6 พิจารณารายการอื่นๆ ที่อาจมีผลกระทบกับธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อนำเสนอที่ประชุมกรรมการ บริษัทเพื่อพิจารณา

5.1.1.7 กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานกับผู้สอบบัญชี ฝ่ายตรวจสอบภายใน รวมถึงการกำหนดแผน การตรวจสอบภายในและประเมินผลการปฏิบัติงาน

5.1.1.8 ประเมินผลระบบการควบคุมภายในและสอบทานข้อมูลการดำเนินงาน โดยการสอบทาน นโยบายและแนวทางการบริหารความเสี่ยง รวมถึงการควบคุม ดูแล การเก็บรักษา และการใช้ทรัพย์สินอย่างเหมาะสม

5.1.1.9 จัดทำรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบตามข้อกำหนดของตลาด หลักทรัพย์ฯ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทฯ ซึ่งรายงานดังกล่าวต้อง ลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(ก) ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงินของ บริษัทฯ

(ข) ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ

(ค) ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของบริษัทฯ

(ง) ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี

(จ) ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์

(ฉ) จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบ แต่ละท่าน

(ช) ความเห็น การทบทวน หรือข้อสังเกตโดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการ ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตร (charter)

(ซ) รายการอื่นที่เห็นว่าผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความ รับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท

(ฌ) คณะกรรมการตรวจสอบแต่ละคน จำนวนครั้งในการประชุมของคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมในการประชุมของ

(ญ) ความเห็นเกี่ยวกับการประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเองและรายคณะ

5.1.2 การดำเนินการด้านบรรษัทภิบาล

5.1.2.1 หากพบหรือมีข้อสงสัยว่ามีรายการหรือการกระทำดังต่อไปนี้ ซึ่งอาจกระทบอย่างมี นัยสำคัญต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทฯให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่เห็นสมควร

(ก) ผลประโยชน์ทับซ้อน

(ข) กรณีทุจริตหรือข้อบ่งชี้ว่าอาจมีการทุจริต หรือบกพร่องที่สำคัญในระบบควบคุมภายใน

(ค) การฝ่าฝืนหรือปฏิบัติไม่ชอบด้วยกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ต.ล.ท.) หรือข้อกำหนด และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ

หากคณะกรรมการหรือผู้บริหารไม่ดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลา ตามที่คณะกรรมการ ตรวจสอบกำหนด คณะกรรมการตรวจสอบจะต้องเปิดเผยการกระทำดังกล่าวไว้ในรายงานประจำปี และรายงานต่อก.ล.ต. หรือ ต.ล.ท.

5.1.2.2 สอบทานนโยบายและมาตรการป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ตลอดจนมี การประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชั่นที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกกระบวนการ และสนับสนุนให้มีกระบวนการ ส่งเสริม ปลูกฝังทุกคนในองค์กรให้ตระหนักและพึงปฏิบัติ

5.1.2.3 สอบทานการปฏิบัติและการเปลี่ยนแปลงนโยบาย รวมถึงแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ จรรยาบรรณที่ดีทางธุรกิจ หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เสนอต่อคณะกรรมการบริษัทรับทราบและพิจารณาอนุมัติ และรายงานการกำกับดูแลกิจการ โดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทฯ ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ

5.1.2.4 สอบทานการดำเนินงานของบริษัทฯ ถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนด กฎหมาย ของ ก.ล.ต. ต.ล.ท. และมาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

ประเทศไทย

5.1.2.5 ประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเอง ตามแนวทางปฏิบัติที่ดีของตลาดหลักทรัพย์แห่ง

5.1.2.6 พิจารณาและจัดให้มีกระบวนการรับแจ้งเบาะแสโดยเปิดโอกาสให้พนักงานเกี่ยวกับ รายการในงบการเงินที่ไม่เหมาะสมหรือประเด็นอื่นๆ และเก็บรักษาข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสไว้เป็นความลับ

5.1.2.7 ดำเนินการตรวจสอบ กรณีได้รับแจ้งจากผู้สอบบัญชีพบพฤติกรรมอันควรสงสัยว่า กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท กระทำความผิดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ และความรับผิดชอบ ตามมาตรา 89/25 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 คณะกรรมการ ตรวจสอบต้องดำเนินการดังนี้

(ก) รายงานพฤติกรรมอันเชื่อได้ว่ามีเหตุอันควรสงสัยต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ทราบโดยไม่ชักช้า

(ข) รายงานความคืบหน้าให้สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้สอบบัญชี ทราบในช่วงที่อยู่ระหว่าง การตรวจสอบเป็นระยะ

(ค) รายงานผลการตรวจสอบให้สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้สอบบัญชีทราบภายใน 30 วัน นับตั้งแต่ได้รับแจ้งจากผู้สอบบัญชี

5.1.3 พิจารณาเสนอแต่งตั้ง ถอดถอน

5.1.3.1 พิจารณาเสนอแต่งตั้ง ถอดถอน เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับ การประชุม และอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมาย จากบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน รวมถึงความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยเหลือคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเต็มที่

5.1.3.2 พิจารณา คัดเลือก เสนอแต่งตั้ง บุคคลซึ่งมีความเป็นอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของ บริษัทฯ และเสนอค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี รวมถึงการเลิกจ้างผู้สอบบัญชี เสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่อนำเสนอต่อผู้ถือหุ้น ตลอดจนร่วมวางแนวทางการปฏิบัติงานกับผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชี โดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วยเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

5.1.3.3 พิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน โดยพิจารณาจากการปฏิบัติหน้าที่ และสายงานการบังคับบัญชา รวมทั้งให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้ง โยกย้าย ถอดถอน หรือเลิกจ้างหัวหน้าหน่วยงาน ตรวจสอบภายใน

5.1.4 อื่นๆ

5.1.4.1 รายงานผลการตรวจสอบภายในและประเมินผล นำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัททุกไตรมาส

5.1.4.2 ทบทวน สอบทาน แผนการตรวจสอบภายใน และกฎบัตรการตรวจสอบภายใน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และนำเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่ออนุมัติ

5.1.4.3 พิจารณาความเหมาะสมและเพียงพอของทรัพยากรด้านการตรวจสอบ เช่น จำนวนอัตรากำลัง คุณสมบัติของผู้ตรวจสอบภายใน รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและความก้าวหน้าทางอาชีพ เพื่อให้การ ปฏิบัติงานของหน่วยงานตรวจสอบภายในเป็นไปอย่างเที่ยงตรง ทั้งนี้ หากมีข้อจำกัดด้านบุคลากร หรือจำเป็นต้อง อาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง สามารถดำเนินการว่าจ้างผู้ตรวจสอบภายนอกได้ตามความเหมาะสม โดยการ ดำเนินการว่าจ้างให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของบริษัทฯ

5.1.4.4 ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัท ได้มอบหมายไว้ในกฎบัตรว่าด้วยคณะกรรมการ ตรวจสอบด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

หมวดที่ 6 : ระเบียบการประชุม

ข้อ 6.1 คณะกรรมการตรวจสอบควรจัดให้มี หรือเรียกประชุมตามที่เห็นสมควรอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง

ข้อ 6.2 องค์ประชุมประกอบด้วยกรรมการตรวจสอบไม่น้อยกว่าสองในสาม (2 ใน 3) ของจำนวนคณะกรรมการ ตรวจสอบทั้งหมด

ข้อ 6.3 องค์ประชุมขั้นต่ำ ณ ขณะจะลงมติในที่ประชุม ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนคณะกรรมการตรวจสอบ ทั้งหมด

ข้อ 6.4 การวินิจฉัยชี้ขาดให้ยึดถือเสียงข้างมาก โดยกรรมการคนหนึ่งมี 1 เสียง ในการลงคะแนน เว้นแต่กรรมการ ซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องใดไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น ในกรณีที่ที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ มีการลงคะแนนเสียง และคะแนนเสียง 2 ฝ่ายเท่ากัน ประธานในที่ประชุมจะเป็นผู้ลงคะแนนเสียงชี้ขาด

ข้อ 6.5 ประธานกรรมการตรวจสอบ อาจเรียกประชุมคณะกรรมการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษได้ หากมีการร้องขอจาก กรรมการตรวจสอบ ผู้ตรวจสอบภายใน ผู้สอบบัญชี หรือประธานกรรมการบริษัท

ข้อ 6.6 คณะกรรมการตรวจสอบควรมีการประชุมเป็นการเฉพาะกับกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร โดยไม่มีฝ่ายบริหาร ผู้ตรวจสอบภายใน อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

ข้อ 6.7 คณะกรรมการตรวจสอบมีควรการประชุมเป็นการเฉพาะกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง

ข้อ 6.8 คณะกรรมการตรวจสอบอาจเชิญกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทฯ ผู้ตรวจสอบภายใน ผู้สอบบัญชี เข้าร่วม ประชุมในหัวข้อที่กำหนด

ข้อ 6.9 เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบควรจัดทำวาระการประชุม และเอกสารประกอบการประชุม เพื่อนำส่งให้คณะกรรมการตรวจสอบและผู้เข้าร่วมประชุมเป็นการล่วงหน้า ในระยะเวลาอย่างน้อย 7 วัน ก่อนวันประชุม เพื่อให้ทุกท่านได้มีเวลาศึกษาข้อมูลต่าง ๆ อย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุม เว้นแต่ในกรณีจำเป็นเร่งด่วน เพื่อรักษาสิทธิหรือผลประโยชน์ของบริษัท จะแจ้งการนัดประชุมโดยวิธีอื่น และกำหนดวันประชุมให้เร็วกว่า นั้นก็ได้

ข้อ 6.10 เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้บันทึกและจัดทำรายงานการประชุม เพื่อนำส่งคณะกรรมการ ตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัท

ข้อ 6.11 เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

ข้อ 6.12 คณะกรรมการตรวจสอบควรจัดประชุม เพื่อพิจารณาเรื่องต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท ดังต่อไปนี้

(1) พิจารณางบการเงินและรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง หลักการทางบัญชีและวิธีปฏิบัติทางบัญชี และ ข้อมูลทางบัญชีอื่นๆ ก่อนนำเสนอคณะกรรมการบริษัท เพื่อเผยแพร่ให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไป ทราบ

(2) การพิจารณาระบบการควบคุมภายใน (Internal Control) และการตรวจสอบภายใน (Internal Audit)

(3) การพิจารณาทบทวนแผนการตรวจสอบภายในประจำปี (Audit Plan) ของบริษัทฯ ขั้นตอน การดำเนินงานของแผนการตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง และการประเมินผลการตรวจสอบ ปัญหา หรือข้อจำกัด ที่เกิดขึ้นร่วมกับผู้ตรวจสอบภายในและผู้สอบบัญชี

(4) การพิจารณาทบทวนรายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เช่น รายการที่เกี่ยวโยงกัน ของบริษัทฯ เป็นต้น

(5) การปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์หรือข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

(6) การปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย

(7) การพิจารณาประเมินผลตนเองเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และความรับผิดชอบตามที่ได้รับมอบหมาย

ข้อ 6.13 คณะกรรมการตรวจสอบแต่ละท่านควรเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนการประชุมทั้งหมด ที่ได้จัดให้มีขึ้นในรอบปี

หมวดที่ 7 : การรายงาน

ข้อ 7.1คณะกรรมการตรวจสอบรายงานผลการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งระบุความเห็นของคณะกรรมการ ตรวจสอบไว้อย่างชัดเจนต่อคณะกรรมการบริษัท

ข้อ 7.2คณะกรรมการตรวจสอบรายงานกิจกรรมที่ทำการตรวจสอบต่อคณะกรรมการบริษัท ในการประชุม คณะกรรมการบริษัท

ข้อ 7.3คณะกรรมการตรวจสอบรายงานผลต่อผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำระหว่างปีตามหน้าที่และความรับผิดชอบ ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท ลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบและเปิดเผยไว้ใน รายงานประจำปีของบริษัทฯ

หมวดที่ 8 : ที่ปรึกษา

คณะกรรมการตรวจสอบอาจขอความเห็นทางวิชาชีพจากที่ปรึกษาภายนอกได้ โดยบริษัทฯ เป็นผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายดังกล่าว โดยได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท

หมวดที่ 9 : ทบทวน และปรับปรุงกฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการตรวจสอบจะทำการทบทวน เสนอแนะ แก้ไข เปลี่ยนแปลง กฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบตามที่ เห็นสมควรเป็นประจำทุกปี และนำเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ

หมวดที่ 10 : การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่

คณะกรรมการตรวจสอบควรประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองและทั้งคณะถึงประสิทธิภาพและการบรรลุ วัตถุประสงค์ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท พร้อมทั้งรายงานผลการประเมินให้คณะกรรมการบริษัทและ ผู้ถือหุ้นทราบในรายงานประจำปีของบริษัทฯ

มติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569

 

ลงชื่อ .............................................................                ลงชื่อ .............................................................           ลงชื่อ .............................................................    

             (นายสุวัฒน์  แดงพิบูลย์สกุล)                                                    (นางสาวชมเดือน  ศตวุฒิ)                                             (นายธนรรจ์  ศตวุฒิ)

                (ประธานกรรมการบริษัท)                                                             (ประธานกรรมการบริหาร)                                     (ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร)      


 

หมายเหตุ

ประกาศใช้ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2556 และทบทวนครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 และได้รับการอนุมัติ ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 2/2559 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559

ทบทวนครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 และได้รับการอนุมัติในการประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 2/2560 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560

ทบทวน แก้ไข และประกาศใช้ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 และได้รับการอนุมัติในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561

ทบทวนครั้งที่ 1 ฉบับประกาศใช้ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 และได้รับการอนุมัติในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562

ทบทวน แก้ไข และประกาศใช้ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 และได้รับการอนุมัติในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568

ทบทวน แก้ไข และประกาศใช้ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 และได้รับการอนุมัติในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569